
มันเคยมีช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่เราคิดว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง และบางเวลาที่เราไม่คิดถึงอนาคตเลย โดยเฉพาะในอดีต เราไม่เคยสนใจว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง เราแค่มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เหมือนกับที่ใครๆก็เป็นตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ เราเพิ่งเติบโตออกจากการเป็นวัยรุ่น เราต้องเริ่มมีความรับผิดชอบกับชีวิตเราของเรามากขึ้น และจุดๆนี้แหละที่เราเริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเรา
เราจะมีเงินพอใช้จ่ายค่าห้องมั้ย? เราจะทำงานกับทำการบ้านไปพร้อมกันไหวมั้ย? เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของเราและอนาคตของครอบครัวเรามั้ย?
มีหลายคำถามผุดขึ้นมา และคำถามนั้นก็มากับความกลัวในสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเราต้องทำอะไรต่อเพื่อที่จะมีชีวิตที่ดี? มีคนเคยบอกเราไว้ว่าให้มองอนาคตในแง่ดีเข้าไว้ แล้วผลลัพธ์ที่ดีก็จะตามมา แต่ เราจะมั่นใจกับสิ่งที่ไม่แน่นอนได้ยังไงในเมื่อเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย?
หลังจากที่วิตกกังวลเรื่องนี้มาสักพักแล้ว เราก็มานึกได้ว่า “แล้วยังไง?”
ใช่มั้ย? เครียดเกี่ยวกับอนาคตไปแล้วยังไง? เราไม่มีวันรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เราทำได้ก็คือโน้มน้าวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยสิ่งที่เราทำตอนนี้ มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราปรับปรุงชีวิตเราตอนนี้ แล้วผลลัพธ์ที่ดีจะปรากฏตัวออกมาเอง ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเราใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จะดีหรือแย่ เราจะได้บางอย่างกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ หรือ บทเรียนรู้สู่ความสำเร็จในอนาคต สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือควบคุมชีวิตของเราเองและเตือนตัวเองว่าลงมือทำเดี๋ยวนี้
เราเคยมองตัวเองในอนาคตเหมือนกับว่านางคือคนอื่น และให้นางทำงานให้เราที่เราเองก็ไม่อยากทำ
อยากออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก? “อ่อ เดี๋ยวค่อยทำพรุ่งนี้”
อยากทำงานให้เสร็จ “เดี๋ยวค่อยทำพรุ่งนี้”
อยากทำความสะอาดห้อง “เดี๋ยวค่อยทำพรุ่งนี้”
และแน่นอน พรุ่งนี้ก็ยังมาไม่ถึงสักที ถ้าให้เวลาไปเรื่อยๆ อีก5ปี พรุ่งนี้ก็คงยังไม่ถึงหรอกถ้าเรามัวแต่คิดแบบนี้ เราแค่อยากเพลิดเพลินกับความสะบายที่อยู่ตรงหน้าโดยที่ไม่เหน็ดเหนื่อยอะไรเลย นั่นเป็นเพราะเรามัวแต่ยุ่งคิดเกี่ยวกับ “วันนี้”
เราเลยอยากเปลี่ยนตัวเองดูบ้าง เราเริ่มมีวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า มุ่งมั่นในอนาคต พยายามทำตามสัญญาที่เคยพูดไว้กับตัวเอง และจุดๆนั้นเองที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเรา เราเริ่มออกกำลังกายบ่อยขึ้น เริ่มสังเกตว่าสิ่งที่ทำในแต่ละวันมีผลกระทบต่อธรรมชาติยังไง และมีสติมากขึ้น รวมๆแล้วเราก็เป็นคนที่มีความสุขมากขึ้นมาอีกขั้นนึงเลยทีเดียว เราเสียสละสิ่งเล็กๆน้อยๆเพราะเรารู้ว่ามันจะมีผลลัพธ์ที่ดีกับเราในอนาคต เราเริ่มมีระเบียบวินัยมากขึ้น
แต่บางครั้งเรารู้สึกว่าเราบังคับตัวเองเกินไปรึเปล่า?
“เราต้องไม่นอนสัก2วันเพื่อที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราจะมีความสุข”
“เราต้องไม่กินข้าวเย็นและออกกำลังกายมากขึ้นวันนี้ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราจะมีความสุข”
“เราต้องแบกรับความรับผิดชอบทุกอย่างวันนี้ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ เราจะมีความสุข”
และแน่นอน พรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง นั้นหมายความว่า เราจะไม่มีความสุขเลย เราบรรจุงานและความเครียดจนเกินพิกัดวันนี้ จนเราไม่มีเวลาที่จะพักและเพลิดเพลินกับชีวิตเพราะว่าเรานั่นยุ่งอยู่กับ “วันพรุ่งนี้”
เพียงแค่คิดถึงการเพลิดเพลินของวันนี้นั้นยังไม่ดีพอ การคิดถึงแต่วันพรุ่งนี้ก็ไม่ดีพอเช่นกัน สิ่งที่เราต้องทำก็คือ หาความสมดุล แต่วันหนึ่งเราก็ทำมันได้ เราหาความสมดุลระหว่างมีความสุขตอนนี้และมีระเบียบวินัยเพื่อวันพรุ่งนี้ แต่ความสมดุลนี้ก็ต้องปรับตามสิ่งใหม่ที่เข้ามาในชีวิตและสิ่งเก่าๆที่ออกไปจากชีวิต จนถึงวันนี้ เรายังคงเดินอยู่บนลวดขึงตึง และยังคงทรงตัวของน้ำหนักของวันนี้(ซ้าย)และน้ำหนักของวันพรุ่งนี้(ขวา)
เราไม่มีวันรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เราจะมีความรู้สึกกลัวไม่ก็ตื่นเต้นกับมัน เราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการมองความไม่แน่นอนนี้ยังไง
เราไม่เครียดกับอนาคตอีกแล้วเพราะเรารู้ว่าเราได้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้ว และเราก็มักจะคิดอยู่บ่อยๆว่า มันไม่เยี่ยมไปเลยหรอกหรอที่เราไม่รู้อนาคตของเรา และความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดที่อนาคตได้มอบให้กับเรา?
เราทำนายเกี่ยวกับอนาคตได้ และเมื่อเราทายผิด มันก็สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดีหรือแย่ ชีวิตเราเป็นหนังน่าสนใจขึ้นมากเมื่อเราได้เพลิดเพลินไปกับความไม่แน่นอน
Comments